วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556
วันพฤหัสบดีที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
ความก้วหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
- รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
-พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทค
-การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน
รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ คือ
1.เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น ดาวเทียม ถ่ายภาพทางอากาศ กล้องดิจิทัล กล้องวีดิทัศน์ เครื่องเอกซเรย์
2.เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล เป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก จานแสงหรือจานเลเซอร์ บัตรเอทีเอ็ม
3เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ตแวร์ และ ซอฟต์แวร์
4.เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล เช่น เคร่ื่องพิมพ์ จอภาพ พลอดเตอร์ ฯลฯ
5.เทครโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่านเอกสาร เครื่องถ่ายในบัตรฟิล์ม
6.เทคโนโลยีสำหรับการถ่ายทอดหือสื่อสารข้อมูล ได้แก่ ระบบโทรศัพท์คมนาคมต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสัยง โทรเลข เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะไกล
ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศมาใช้ในรูปแบบต่างๆทั้งในทางธุรกิจ และทางการศึกษา ดังตัวอย่างเช่น
-ระบบเอทีเอ็ม
-การบริการและการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต
-การลงทะเบียนเรียน
พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
การแสดงออกทางความคิดและความรู้สึกในการใช้รูปแบบของเทคโนโลยีทุกประเภทที่นำมาประยุกต์ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้างและเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ภาพ ข้อมูล ข้อความ หรือ ตัวอักษร ตัวเลขและ ภาพเครื่อนไหว เป็นต้น
การใช้อินเตอร์เน็ต
งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาพบว่า
นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เนื่องจากเห็นว่ามีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น ในขณะที่การใช้อินเตอร์เน็ตของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้เพื่อการรรติดตามข่าวสารของสถานศึกษา
ใช้อินเตอร์เน็ต ทำอะไรได้บ้าง
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษาใช้อินเตอร์เน็ตในการสนทนากับเพื่อนๆและการค้นข้อมูลจากห้องสมุด
นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประกอบการทำรายงาน
สถานที่ที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
งานวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้คอมพวเคอร์ที่บ้าน และมีการใช้อินเตอร์เน็ตที่ห้องาสมุดของสถาบัน
นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการใช้หรือมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน้อย ในรูปแบบไหนบ้าง
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษามีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้น้อย ได้แก่ ฐานข้ออมูลอิเล็กทรอนิกส์ การเรียนรู้แบบออนไลน์หรือ e-Learning วีดิทัศน์ตามอัธยาศัย (video on Demand) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน
-การเรียนรู้แบบออนไลน์ e-Learning
-บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน Computer Assisted Instruction CAI
-วีดิทัศน์ตามอ้ธยาศัย Video on Demand
-หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ e-books
การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning)เป็นการศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอ
- รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
-พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทค
-การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน
รูปแบบเทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถจำแนกตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 6 รูปแบบ ดังต่อไปนี้ คือ
1.เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูล เช่น ดาวเทียม ถ่ายภาพทางอากาศ กล้องดิจิทัล กล้องวีดิทัศน์ เครื่องเอกซเรย์
2.เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล เป็นสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เช่น เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก จานแสงหรือจานเลเซอร์ บัตรเอทีเอ็ม
3เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ตแวร์ และ ซอฟต์แวร์
4.เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล เช่น เคร่ื่องพิมพ์ จอภาพ พลอดเตอร์ ฯลฯ
5.เทครโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาเอกสาร เช่น เครื่องถ่านเอกสาร เครื่องถ่ายในบัตรฟิล์ม
6.เทคโนโลยีสำหรับการถ่ายทอดหือสื่อสารข้อมูล ได้แก่ ระบบโทรศัพท์คมนาคมต่างๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสัยง โทรเลข เทเล็กซ์ และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะไกล
ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศมาใช้ในรูปแบบต่างๆทั้งในทางธุรกิจ และทางการศึกษา ดังตัวอย่างเช่น
-ระบบเอทีเอ็ม
-การบริการและการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ต
-การลงทะเบียนเรียน
พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร
การแสดงออกทางความคิดและความรู้สึกในการใช้รูปแบบของเทคโนโลยีทุกประเภทที่นำมาประยุกต์ในกระบวนการจัดหา จัดเก็บ สร้างและเผยแพร่สารสนเทศในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ ภาพ ข้อมูล ข้อความ หรือ ตัวอักษร ตัวเลขและ ภาพเครื่อนไหว เป็นต้น
การใช้อินเตอร์เน็ต
งานวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาพบว่า
นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความบันเทิง เนื่องจากเห็นว่ามีความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น ในขณะที่การใช้อินเตอร์เน็ตของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาส่วนใหญ่ใช้เพื่อการรรติดตามข่าวสารของสถานศึกษา
ใช้อินเตอร์เน็ต ทำอะไรได้บ้าง
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษาใช้อินเตอร์เน็ตในการสนทนากับเพื่อนๆและการค้นข้อมูลจากห้องสมุด
นอกจากนี้งานวิจัยยังชี้ว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบต่างๆเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประกอบการทำรายงาน
สถานที่ที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
งานวิจัยพบว่า นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้คอมพวเคอร์ที่บ้าน และมีการใช้อินเตอร์เน็ตที่ห้องาสมุดของสถาบัน
นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการใช้หรือมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศน้อย ในรูปแบบไหนบ้าง
งานวิจัยชี้ว่า นักศึกษามีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเหล่านี้น้อย ได้แก่ ฐานข้ออมูลอิเล็กทรอนิกส์ การเรียนรู้แบบออนไลน์หรือ e-Learning วีดิทัศน์ตามอัธยาศัย (video on Demand) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ และบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการเรียนการสอน
-การเรียนรู้แบบออนไลน์ e-Learning
-บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน Computer Assisted Instruction CAI
-วีดิทัศน์ตามอ้ธยาศัย Video on Demand
-หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ e-books
การเรียนรู้แบบออนไลน์ (e-Learning)เป็นการศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอ ร์อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต(Intranet) เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียนซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพเสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังเรียนผ่านเว็บเบราว์เซอร์(Web Browser) โดยผู้เรียนผู้สอนและเพื่อนร่วม ชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกั นได้เช่นเดียวกับการเรียนในชั้น เรียนปกติการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเท ศกับการเรียนการสอนโดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่ อสารที่ทันสมัย สำหรับทุกคน โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุ กเวลา และทุกสถานที่ (Learning for all : anyone, anywhere and anytime) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเท ศกับการเรียนการสอนบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction - CAI คือบทเรียนคอมพิวเตอร์ซึ่งนำเสน อสารสนเทศที่ได้ผ่านกระบวนการสร ้างและพิจารณามาเป็นอย่างดี โดยมีเนื้อหาวิชาหรือสารสนเทศ แบบฝึกหัด การทดสอบและการให้ข้อมูลป้อนกลั บให้ผู้เรียนได้ตอบสนองต่อบทเรี ยนได้ตามระดับความสามารถของตนเอ ง เนื้อหาวิชาที่นำเสนอจะอยู่ในรู ปมัลติมีเดีย ซึ่งประกอบด้วย อักษร รูปภาพ เสียง และ/ หรือ ทั้งภาพและเสียง ซึ่งมีพื้นฐานมาจากการนำหลักการเบื้อ งต้นทางจิตวิทยาการเรียนรู้มาใช ้ในการออกแบบโดยอาศัยพฤติกรรมกา รเรียนรู้ (Learning Behavior) ทฤษฎีการเสริมแรง (Reinforcement Theory) ทฤษฎีการวางเงื่อนไขปฏิบัติ (Operant Conditioning Theory) ซึ่งถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างส ิ่งเร้ากับการตอบสนองและการเสริ มแรงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีจุดมุ่งหมายนำผู้เรียนไปสู ่การเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งอาศัยการ สอนที่มีการวางโปรแกรมไว้ล่วงหน ้า เป็นการให้ผู้เรียนมีโอกาสเรียน รู้ได้ด้วยตนเองและมีผลย้อนกลับ ทันทีและเรียนรู้ไปทีละขั้นตอนอ ย่างเหมาะสมตามความต้องการและคว ามสามารถของตน วีดิทัศน์ตามอัธยาศัย (Video on Demand - VOD)คือ ระบบการเรียกดูภาพยนตร์ตามสั่งท ี่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน สามารถเลือกดูภาพยนตร์หรือข้อมู ลภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงได้ตาม ต้องการ ตามสโลแกนที่ว่า “To view what one wants, when one wants”. โดยสามารถใช้งานนี้ได้จากเครือข ่ายสื่อสาร (Telecommunications Networks) ผู้ใช้งาน ซึ่งอยู่หน้าเครื่องลูกข่าย (Video Client) สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นภาพเ คลื่อนไหวได้ทุกเมื่อตามต้องการ และสามารถควบคุมข้อมูลวิดีโอนั้ น ๆ โดยสามารถย้อนกลั(Rewind)หรือกร อไปข้างหน้า (Forward) หรือหยุดชั่วคราว(pause)ได้เปรี ยบเสมือนการดูวิดีโอที่บ้านนั่น เองทั้งนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ลู กข่ายไม่จำเป็นต้องดูข้อมูลเดีย วกันกล่าวคือสามารถดูภาพยนตร์เร ื่องเดียวกัน หรือต่างกันก็ได้หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-books )คือหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สาม ารถอ่านได้ทางอินเทอร์เน็ต โดยมีเครื่องมือที่จำเป็นในการอ ่านหนังสือประเภทนี้คือ ฮาร์ดแวร์ประเภทเครื่องคอมพิวเต อร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พก พาอื่นๆ พร้อมทั้งติดตั้งระบบปฏิบัติการ หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้อ่านข้อความ ต่างๆ ตัวอย่างเช่น ออร์แกไนเซอร์แบบพกพา พีดีเอ เป็นต้นส่วนการดึงข้อมูล e-books ซึ่งจะอยู่บนเว็บไซต์ที่ให้บริก ารทางด้านนี้มาอ่านก็จะใช้วิธีก ารดาวน์โหลดผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นส่วนใหญ่ ลักษณะไฟล์ของ e-books หากนักเขียนหรือสำนักพิมพ์ต้องก ารสร้าง e -books จะสามารถเลือกได้สี่รูปแบบ คือ Hyper Text Markup Language (HTML), Portable Document Format (PDF), Peanut Markup Language (PML) และ Extensive Markup Language (XML)ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (e-library)เป็นแหล่งความรู้ที่บันทึกข้อมู ลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่า ยและให้บริการสารสนเทศทางอิเล็ก ทรอนิกส์หรือผ่านเครือข่ายอินเท อร์เน็ตคุณลักษณะที่สำคัญของห้องสมุดอิ เล็กทรอนิกส์ มีดังนี้ คือ1. การจัดการทรัพยากรสารสนเทศด้วยค อมพิวเตอร์2. ความสามารถในการเข้าถึงสารสนเทศ โดยทางอิเล็กทรอนิกส์3. บรรณารักษ์หรือบุคลากรของห้องสม ุดสามารถแทรกการติดต่อระหว่างผู ้ใช้กับห้องสมุดได้ เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ได้โดยทางอ ิเล็กทรอนิกส์4. ความสามารถในการจัดเก็บ รวบรวมและนำส่งสารสนเทศสู่ผู้ใช้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์
วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับครู
Information and Communication Technology for Teachers
รหัส PC 54504 3(2-2-5)
คำอธิบายรายวิชา
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น ไมโครคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบการสื่อสารข้อมูล ระบบเน็ตเวิร์ก ระบบซอฟแวร์ การจัดการทรัพยาการสารสนเทศ เครื่องมือการเข้าถึงสารสนเทศ ทักษะการเข้าถึงสารสนเทศ ฐานข้อมูลสารสนเทศ ห้องสมุดอิเล็คโทนิกและการอ้างอิง ฝึกปฏิบัติการ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมฃ
♦ สารสนเทศ ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า Information หมายถึงความรู้ที่ไก้จากการค้นคว้าสารสนเทศ เป็นความรู้และข่าวสารที่สำคัญที่มีลักษณะพิเศษ ทั้งด้านการได้มาและประโยชน์ในการนำไปใช้ปฏิบัติ
♦สารสนเทศ มีความหมายตามที่ได้มีการให้คำจำกัดความที่ใกล้เคียงกัน ดังนี้
สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลทั้งด้านปริมาณและด้านคุณภาพที่ประมวล จัดหมวดหมู่เปรียบเทียบ และวิเคราะห์แล้วสามารถนำมาใช้ได้ หรือนำมาประกอบการพิจารณาได้สะดวกกว่าและง่ายกว่า
เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที(IT)
เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อสังคมในปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ การประมวลผลและการแสดงผลสารสนเทศ
♦องค์ประกอบหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย องค์ประกอบหลัก 2 ส่วน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีคมนาคม
1.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์จัดเป็นเทคโนโลยีหลักของเทคโนโลยีหลักของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน เนื่องจากคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งด้านการ บันทึก การจัดเก็บ การประมวลผล การแสดงผล และการสืบค้นหาข้อมูลสารสนเทศเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์แบ่งเป็นเทคโนโลยีย่อยที่สำคัญได้ 2 ส่วน คือ เทคโนโลนยีฮาร์ตแวร์และเดทคโนโลยีซอฟแวร์
1.เทคโนโลยีฮาร์ตแวร์ื หมายถึง อุปกรณ์ทุักชนิดที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเครื่อง คอมพิวเตอร์ อุปกรณืที่ต่อพ่วงเพื่อเชื่อมโยงจำแนกตามหน้าที่การทำงานออกเป็น 4 ส่วน คือ
1.หน่วยรับข้อมูล
2.หน่วยประมวลผลกลาง
3.หน่วยแสดงผลข้อมูล (Output Unit)
4.หน่วยควาทมจำสำรอง (Secondary Sc)
2.เทคโนโลยีซอฟแวร์ (Software)
หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ
ซอฟแวร์คอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1.ซอฟแวร์ระบบ (System Software)
หรือชุดคำสั่งที่ทำหน้าที่สั่งให้คอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ตแวร์และซอฟแวร์ทำงานตามคำสั่ง
2.ซอฟแวร์ประยุกต๋ (Application Software) คือวุดคำสั่งที่ผู้ใช้ส่งเข้าสู้เครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานตามที่ผู้ใช้ต้องการ
2.เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม
หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันทั่วไป เช่น ระบบโทรศัพท์ ระบบดาวเทียม ระบบเครือข่ายเคเบิล และ ระบบสื่อสารอื่นๆ ที่ใช้ในการติคต่อสื่อสารกัน
♦ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่4(2520-2524) การมีส่วนร่วมของสารสนเทศเพื่อการศึกษา
-มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานและปฏบัติการของระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาขึ้น
-ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่8 ก็ได้มีการเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาขึ้น
-ใบแผนฯ9 มีการจัดทำแผนหลักเพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการศึกษา
♦แผนพัฒนาฯข้างต้นทำให้เทคโนโลยีสารสนเทศความสำคัญต่อวงการศึกษาของประเทศไทยมากขึ้น จะทำให้การศึกษาของชาติมีความเท่าเทียมทั่วถึง มึคุณภาพ และมีความต่อเนื่อง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างคุ้มค่า
♦พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
♦ยุคที่1 การประมวลผลข้อมูล มีวัถุประสงค์เพื่อการคำนวณและการประมวลผลข้อมูลของรายการประจำ(Transacation Porcessing) เพื่อลดค่าใช้จ่าย
♦ยุคที2 ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ มีการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการตัดสินใจ ควบคุม ดำเนินการ ติดตามผลและวิเคราะห์ผลงานของผู้บริหารระดับต่างๆ
♦ยุคที่3 การจักการทรัพยากรสารสนเทศ มีการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเรียกใช้สารสนเทศที่จะช่วยในการตัดสินใจนำหน่วยไปสู่ความสำเร็จ
♦ยุคที่ 4 ยุคปัจจุบัน หรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดทำระบบสารสนเทศ และเน้นความคิดของการให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวัตถุประสงค์สำคัญ
♦ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
1.ให้ความทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
2.ใช้ในการวางแผนการบริหารงาน
3.ใช้ประกอบการตัดสินใจ
4.ใช้ในการควบคุมสถาณะการ
5.เพื่อให้การบริหารงานมีระบบ
♦สรุป
การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์วงการศึกษามีปริมาณที่เพิ่มากขึ้นเนื่องการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วอุปกรร์เทคโนโลย๊สารสนเทศประเภทต่างๆ เช่น ดาวเทียมสื่อสาร ใยแก้วนำแสง อินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารงานในการศึกษาด้านต่างๆ เช่น ระบบบริหาร จัดการห้องสมุดและระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนเพื่อการเรียนการสอนเช่นระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษายังช่วยให้เกิดการลดความเลื่อมล้ำของโอกาศทางการศึกษาการเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาพัฒนาบุคลากรทงการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
♦ยุคที่ 4 ยุคปัจจุบัน หรือยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และระบบการสื่อสารโทรคมนาคมเป็นเครื่องมือช่วยในการจัดทำระบบสารสนเทศ และเน้นความคิดของการให้บริการสารสนเทศแก่ผู้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นวัตถุประสงค์สำคัญ
♦ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
1.ให้ความทำให้เกิดความคิดและความเข้าใจ
2.ใช้ในการวางแผนการบริหารงาน
3.ใช้ประกอบการตัดสินใจ
4.ใช้ในการควบคุมสถาณะการ
5.เพื่อให้การบริหารงานมีระบบ
♦สรุป
การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์วงการศึกษามีปริมาณที่เพิ่มากขึ้นเนื่องการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วอุปกรร์เทคโนโลย๊สารสนเทศประเภทต่างๆ เช่น ดาวเทียมสื่อสาร ใยแก้วนำแสง อินเตอร์เน็ตก่อให้เกิดระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการบริหารงานในการศึกษาด้านต่างๆ เช่น ระบบบริหาร จัดการห้องสมุดและระบบคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนเพื่อการเรียนการสอนเช่นระบบคอมพิวเตอร์ช่วยสอนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษายังช่วยให้เกิดการลดความเลื่อมล้ำของโอกาศทางการศึกษาการเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาพัฒนาบุคลากรทงการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยี
วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
assignment 1
จงอธิบายความหมายของคำต่อไปนี้ตามความเข้าใจของนักศึกษา
1.เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง
สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่างๆ เช่น อุปกรณื เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดู หรือ แม้กระทั่งที่เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่างๆ
2.เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) หมายถึง
การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศเพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเทคโนโลยี
3.เทคโนโลยีการสื่อสาร(Communication Technology) หมายถึง
เทคโนโลยีในการสื่อสารยุคใหม่มี 4 กลุ่ม ได้แก่
1.เทคโนโลยีการแพร่ภาพและเสียง
2.เทคโนโลยีการพิมพ์
3.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
4.เทคโนโลยี สื่อสารโทรคมนาคม
1.เทคโนโลยี (Technology) หมายถึง
สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่างๆ เช่น อุปกรณื เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดู หรือ แม้กระทั่งที่เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่างๆ
2.เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Technology) หมายถึง
การประยุกต์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศเพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ โดยเทคโนโลยี
3.เทคโนโลยีการสื่อสาร(Communication Technology) หมายถึง
เทคโนโลยีในการสื่อสารยุคใหม่มี 4 กลุ่ม ได้แก่
1.เทคโนโลยีการแพร่ภาพและเสียง
2.เทคโนโลยีการพิมพ์
3.เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
4.เทคโนโลยี สื่อสารโทรคมนาคม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)